สอจร.สัญจรภาคตะวันออก จังหวัดสระแก้ว

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน 2566 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว นายฐานิสร์ เทียนทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว มอบหมายให้ นายวุฒิพงษ์ บ้านโพธิ์ ผู้อำนวยการกองช่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว ร่วมต้อนรับคณะศึกษาดูงาน สอจร.สัญจรภาคตะวันออก จังหวัดสระแก้ว เเละเข้ากิจกรรมเสวนากลไกการขับเคลื่อนข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนสุ่การแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน.

ด้วย แผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.)ภาคตะวันออก ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนแผนงาน เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรมในการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน โดยอาศัยกระบวนการขับเคลื่อนการทำงานในรูปภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษาในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน สอจร.สัญจรภาคตะวันออกจังหวัดสระแก้ว ระหว่างวันที่ 9-10 พฤศจิกายน 2566 โดยมี นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธี.

เครือข่ายความปลอดภัยทางถนน สสส. ร่วมสัญจรลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว นำพี่เลี้ยง สอจร.แลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานระหว่างพื้นที่.

นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวในพิธีเปิดการประชุมแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัดภาคตะวันออก จังหวัดสระแก้ว ให้แก่พี่เลี้ยง สอจร. ผู้แทนจากส่วนงานราชการและเอกชนในจังหวัด ให้เน้นมุ่งเป้าการลดจำนวนผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนนับจากวันนี้ไปถึงปี 2570 ตามแผนแม่บทฯ มีเป้าหมายให้ปี 2566 ลดจำนวนการเสียชีวิตให้เหลือเพียง 16 คนต่อแสนประชากร ซึ่งปีนี้ปีเดียวจังหวัดสระแก้วมีผู้เสียชีวิตเกินไปเป็น 30 ต่อแสนประชากร ถ้าหากยังนิ่งเฉย จะเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ได้เป้าหมายของแผนแม่บท จะทำอย่างไรให้ปี 2570 เหลือเพียง 12 คนต่อแสนประชากร ซึ่งเป็นภาพรวมของทั้งประเทศ เหลือเวลาอีก 4 ปีเท่านั้น.

การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ตนเห็นว่า มี 2 ประการคือ ลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ กับ ลดความรุนแรงจากการเกิดอุบัติเหตุ ในส่วนของการลดอุบัติเหตุมีปัจจัยเรื่อง เมาแล้วขับ ขับรถเร็วเกินกำหนด สภาพยานพาหนะต้องตรวจสอบสม่ำเสมอ การปฏิบัติตามกฎจราจรที่มีอยู่ สภาพถนนที่ใช้สัญจร ส่วนการลดการสูญเสีย คือ การสวมหมวกนิรภัย เพื่อลดการบาดเจ็บ คาดเข็มขัดนิรภัย ทุกสิ่งทุกอย่างมีกฎหมายระบุ บังคับใช้แล้วทั้งสิ้น แต่การบังคับใช้กฎหมายไม่เต็มที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตำรวจลำบากใจ เนื่องจากเป็นญาติพี่น้อง คนรู้จักกัน ถ้าไม่เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้ ปี 2570 จะมีผลเท่าเดิม ถ้าเริ่มบังคับใช้ไป 3 ปี คนจะเริ่มคุ้นชินกับการมีวินัยจราจร ต้องฝากฝ่ายศึกษาธิการอบรมเน้นย้ำให้เด็กเล็ก เด็กโต เรียนรู้เรื่องความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน.

ทั้งนี้ ดร.ดนุลดา จามจุรี หัวหน้า สอจร.ภาคตะวันออก กล่าวในการรายงานว่า อุบัติเหตุทางถนน เป็นปัญหาสําคัญของประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลก และเป็นหนึ่งในสามอันดับแรกของปัญหาสาธารณสุขมาโดยตลอด ซึ่งจังหวัดในภาค ตะวันออกมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับหนึ่งมาตลอดกว่า 10 ปี แม้แนวโน้มอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของจังหวัดในภาคตะวันออกจะลดลงทุก ปี แต่ก็ถือว่ายังสูงอยู่ ในขณะที่แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน ฉบับที่ 5 ได้กําหนด เป้าหมายไว้ว่าเมื่อสิ้นสุดปี 2570 ต้องลดอัตราตายให้อยู่ที่ 12 คนต่อแสนประชากร อย่างไรก็ตามทุกจังหวัดในภาคตะวันออกได้มีความพยายามอย่างมากในการผนึกกําลังทั้ง ภาครัฐและเอกชนในการร่วมมือกันแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนมาโดยตลอด
สําหรับจังหวัดสระแก้วเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการศึกษาดูงานการแก้ไขปัญหา อุบัติเหตุทางถนนในปีนี้และเป็นตัวแทนจังหวัดของภาคตะวันออกสําหรับภาคีเครือข่าย และ พี่เลี้ยง สอจร. ระดับจังหวัด/อําเภอ ทั่วประเทศ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในผลงานและ การทํางานในพื้นที่เด่นของจังหวัดสระแก้ว โดยมุ่งหวังว่าผู้ที่มาศึกษาดูงานจะได้นํา ประสบการณ์ในการศึกษาดูงานครั้งนี้ไปแนะนํา ถ่ายทอดขยายผล เพื่อขับเคลื่อนกลไก เชื่อมภาคี และสร้างพื้นที่ต้นแบบในการทํางาน สู่การขับเคลื่อนงานอุบัติเหตุทางถนนใน ระดับจังหวัด/อําเภอ/ตําบลต่อไป หัวใจสําคัญอีกประการหนึ่งของการสัญจร คือ การที่ภาคี เครือข่าย และพี่เลี้ยง สอจร. จากทั่วประเทศได้มาพบปะ ทําความรู้จักกัน มีการแลกเปลี่ยน จำนวน 110 คน ศึกษาดูงาน/แลกเปลี่ยนประสบการณ์ การทํางานในพื้นที่จริง 3 พื้นที่ ได้แก่ 1. การบูรณาการความร่วมมือภาคีหุ้นส่วนระดับพื้นที่อําเภออรัญประเทศ 2. หมู่บ้านถนนสวย อําเภอโคกสูง และ 3. การบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนนเขาช่องตะโก.

ติดต่อ อบจ.สระแก้ว